ประท้วงฝรั่งเศส 17 ตุลาคม 2026 เป็นหนึ่งในวันประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดของฝรั่งเศสในรอบหลายปี เมื่อวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม 2026 ผู้คนหลายหมื่นคนออกมาชุมนุมทั่วประเทศในวันปฏิบัติการระดับชาติที่หลอมรวมสามขบวนการเข้าด้วยกัน ได้แก่ นักเรียนมัธยมและนักศึกษามหาวิทยาลัย สหภาพแรงงาน และขบวนการเสื้อกั๊กเหลืองหรือเยลโลว์เวสต์ที่กลับมาอีกครั้ง ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาในกรุงปารีสและเมืองสตราสบูร์ก มีผู้ถูกจับกุมหลายสิบคนในเมืองหลวง และมีการชุมนุม การปิดถนน และการเดินขบวนหลายร้อยจุดตั้งแต่เมืองแรนส์ไปจนถึงมาร์กเซย์
บทความนี้สรุปว่าเกิดอะไรขึ้นในวันที่ 17 ตุลาคม การประท้วงของนักเรียนกลายเป็นขบวนการระดับชาติได้อย่างไร และจะเกิดอะไรต่อไป
เกิดอะไรขึ้นในวันที่ 17 ตุลาคม
วันปฏิบัติการระดับชาติเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงเช้า โดยมีการชุมนุมในเมืองใหญ่และเมืองเล็กทั่วประเทศ ในกรุงปารีส ขบวนผู้ชุมนุมเคลื่อนผ่านใจกลางเมือง ขณะที่ตำรวจพยายามควบคุมสถานการณ์และมีการปะทะกันในบางจุด เมืองอื่น ๆ อย่างสตราสบูร์ก ลียง และมาร์กเซย์ก็มีการชุมนุมขนาดใหญ่เช่นกัน ผู้จัดการประท้วงอ้างว่ามีผู้เข้าร่วมหลายหมื่นคนทั่วประเทศ ขณะที่ตัวเลขอย่างเป็นทางการมักต่ำกว่านั้น
การประท้วงของนักเรียนกลายเป็นขบวนการระดับชาติได้อย่างไร
จุดเริ่มต้นมาจากความไม่พอใจของนักเรียนเกี่ยวกับสภาพการเรียนการสอน งบประมาณการศึกษา และอนาคตการจ้างงาน จากนั้นสหภาพแรงงานได้เข้าร่วมเพื่อเรียกร้องเรื่องค่าจ้างและสภาพการทำงาน ส่วนขบวนการเยลโลว์เวสต์ที่เคยโด่งดังในปี 2018 ก็กลับมาร่วมด้วยในประเด็นค่าครองชีพและภาษี การรวมตัวของสามกลุ่มนี้ทำให้การประท้วงมีพลังมากกว่าการประท้วงของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเพียงลำพัง
รัฐบาลภายใต้ความกดดัน
รัฐบาลฝรั่งเศสเผชิญความกดดันอย่างหนักจากหลายด้านพร้อมกัน ทั้งจากนักเรียน คนทำงาน และผู้มีรายได้น้อย รัฐบาลพยายามตอบสนองด้วยการประกาศมาตรการบางอย่าง แต่ผู้ชุมนุมมองว่ามาตรการเหล่านั้นยังไม่เพียงพอ ความไม่พอใจที่สะสมมานานเกี่ยวกับค่าครองชีพ การปฏิรูปเงินบำนาญ และบริการสาธารณะ ทำให้การเจรจาเป็นไปได้ยาก
ความรุนแรง การบาดเจ็บ และการปฏิบัติงานของตำรวจ
แม้การชุมนุมส่วนใหญ่จะเป็นไปอย่างสงบ แต่ก็มีเหตุความรุนแรงในบางจุด ตำรวจใช้แก๊สน้ำตาและกระสุนยางในบางพื้นที่ มีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งฝ่ายผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ตำรวจ และมีผู้ถูกจับกุมหลายสิบคนในกรุงปารีส องค์กรสิทธิมนุษยชนเรียกร้องให้มีการตรวจสอบการใช้กำลังของตำรวจ ขณะที่ทางการยืนยันว่าตำรวจปฏิบัติงานเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย
จะเกิดอะไรต่อไป
ผู้จัดการประท้วงประกาศว่าจะมีการชุมนุมเพิ่มเติมหากรัฐบาลไม่ตอบสนองข้อเรียกร้อง นักวิเคราะห์ชี้ว่าทิศทางของการเคลื่อนไหวจะขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลจะเปิดการเจรจาอย่างจริงจังหรือไม่ และกลุ่มต่าง ๆ จะสามารถรักษาความเป็นเอกภาพไว้ได้นานแค่ไหน ประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศสบอกเราว่าการประท้วงที่รวมหลายกลุ่มเข้าด้วยกันมักสร้างแรงกดดันทางการเมืองได้มากกว่าการประท้วงของกลุ่มเดียว
ฝรั่งเศสกับวัฒนธรรมการประท้วงที่ยาวนาน
ฝรั่งเศสมีวัฒนธรรมการประท้วงที่หยั่งรากลึกในประวัติศาสตร์ ตั้งแต่การปฏิวัติฝรั่งเศสในปี 1789 มาจนถึงขบวนการเสื้อกั๊กเหลืองในปี 2018 การออกมาชุมนุมบนท้องถนนถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตทางการเมือง ไม่ใช่เหตุการณ์ผิดปกติ ชาวฝรั่งเศสจำนวนมากมองว่าการประท้วงเป็นเครื่องมือที่ชอบธรรมในการกดดันรัฐบาล เมื่อช่องทางการเมืองแบบปกติไม่สามารถตอบสนองความต้องการของพวกเขาได้
ความเข้าใจบริบทนี้ช่วยให้เห็นภาพการประท้วงวันที่ 17 ตุลาคมได้ชัดเจนขึ้น การรวมตัวของนักเรียน สหภาพแรงงาน และขบวนการเสื้อกั๊กเหลืองไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่สะท้อนความไม่พอใจที่สะสมจากหลายกลุ่มพร้อมกัน และเป็นสัญญาณว่ารัฐบาลจะต้องรับฟังข้อเรียกร้องอย่างจริงจัง มิฉะนั้นการประท้วงอาจขยายตัวต่อไป
อ่านเรื่องการเมืองโลกเพิ่มเติมที่ เลือกตั้งบราซิล 2026 รอบสอง และ แคนาดาเตือนการเดินทางไปซาอุดีอาระเบีย